Azoospermia คือภาวะไม่มีอสุจิและแนวทางรักษาภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย

ภาวะไม่มีอสุจิ (Azoospermia) กับโอกาสมีลูกที่ยังเป็นไปได้

ภาวะไม่มีอสุจิ (Azoospermia) คืออะไร มาทำความเข้าใจภาวะนี้ ตั้งแต่สาเหตุ วิธีตรวจ และแนวทางรักษา เพื่อเพิ่มโอกาสมีลูกด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

Key Takeaways

Azoospermia คือภาวะที่ไม่พบอสุจิในน้ำอสุจิหลังการตรวจ และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย โดยภาวะนี้สามารถแบ่งได้ตามชนิด ทั้งชนิดอุดตันและชนิดที่การสร้างอสุจิผิดปกติ ซึ่งมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน และแม้ตรวจไม่พบอสุจิในน้ำอสุจิ แต่บางกรณียังสามารถเก็บอสุจิจากอัณฑะด้วยวิธี PESA หรือ TESE เพื่อนำไปใช้ร่วมกับการรักษาด้วยวิธี ICSI แต่จะต้องมีการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาภาวะมีบุตรยากได้อย่างเหมาะสม

Table of Contents

ภาวะมีบุตรยากไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้หญิงเท่านั้น แต่ผู้ชายก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งหนึ่งในสาเหตุที่พบได้คือ ภาวะไม่มีอสุจิ (Azoospermia) ซึ่งอาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าจะไม่สามารถมีลูกได้ต่อไป แต่ในความเป็นจริง ภาวะนี้ยังมีโอกาสรักษาได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุและการวินิจฉัยที่ถูกต้อง โดยบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า Azoospermia คืออะไร ทำไมถึงเกิดขึ้น และจะตรวจพบได้อย่างไร รวมถึงมีแนวทางการรักษาอย่างไรบ้าง เพื่อให้สามารถวางแผนการมีบุตรได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

ภาวะไม่มีอสุจิ (Azoospermia) คืออะไร ?

Azoospermia คือ ภาวะที่ตรวจไม่พบ “ตัวอสุจิ” ในน้ำอสุจิหลังการตรวจทางห้องปฏิบัติการ แม้ว่าผู้ชายจะยังสามารถหลั่งน้ำอสุจิออกมาได้ตามปกติก็ตาม

ภาวะนี้ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย โดยพบได้ประมาณ 10–15% ของผู้ชายที่เข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยาก

หลายคนมักสับสนระหว่างคำว่า “ไม่มีอสุจิ” กับ “ไม่มีน้ำอสุจิหรือน้ำเชื้อ” ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นคนละภาวะกัน

  • ภาวะไม่มีอสุจิ = ยังมีน้ำอสุจิออกมา แต่ไม่มีตัวอสุจิอยู่ภายใน
  • ภาวะไม่มีน้ำอสุจิ = ไม่มีน้ำอสุจิออกมาเลย หรือมีน้ำอสุจิออกมาน้อยผิดปกติ

ดังนั้น แม้จะมีการหลั่งน้ำอสุจิ แต่หากไม่มีตัวอสุจิอยู่ภายใน ก็อาจทำให้ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ตามธรรมชาติ

ภาวะ Azoospermia มีกี่ประเภท ?

โดยทั่วไป ภาวะ Azoospermia จะแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1. Obstructive Azoospermia (ชนิดมีการอุดตัน)

ภาวะนี้เกิดจากร่างกายยังสามารถสร้างอสุจิได้ตามปกติ แต่มีการอุดตันของระบบท่อนำอสุจิ ทำให้อสุจิไม่สามารถออกมาปะปนในน้ำอสุจิได้

สาเหตุที่พบได้ เช่น

  • ท่อนำอสุจิอุดตัน
  • เคยติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์
  • เคยผ่าตัดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์
  • ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด

ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักยังมีโอกาสพบอสุจิภายในอัณฑะหรือท่อพักอสุจิได้ 

2. Non-obstructive Azoospermia (ชนิดสร้างอสุจิผิดปกติ)

เป็นภาวะที่ร่างกายสร้างอสุจิได้น้อยมาก หรือไม่สามารถสร้างอสุจิได้เลย เนื่องจากความผิดปกติของอัณฑะหรือฮอร์โมน

ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับสาเหตุเหล่านี้

  • ฮอร์โมนเพศผิดปกติ
  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม
  • อัณฑะฝ่อ
  • เคยได้รับเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา

ไม่มีน้ำอสุจิ สาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง ?

ภาวะไม่มีอสุจิสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งทางด้านร่างกาย ฮอร์โมน และพฤติกรรมการใช้ชีวิต

ปัญหาการผลิตอสุจิ

หากอัณฑะทำงานผิดปกติ อาจส่งผลต่อการผลิตอสุจิได้น้อยหรือไม่ผลิตเลย เช่น

  • ฮอร์โมน Testosterone ต่ำ
  • ฮอร์โมน FSH และ LH ผิดปกติ
  • ภาวะอัณฑะฝ่อ
  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม

การอุดตันของระบบสืบพันธุ์

บางคนยังสามารถสร้างอสุจิได้ แต่มีปัญหาเรื่องการเดินทางของอสุจิ เช่น

  • ท่อนำอสุจิอุดตัน
  • พังผืดจากการอักเสบ
  • เคยผ่าตัดทำหมันมาก่อน 

ปัจจัยด้านพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม

พฤติกรรมบางอย่างอาจส่งผลต่อคุณภาพการสร้างอสุจิ เช่น

  • สูบบุหรี่
  • ดื่มแอลกอฮอล์หนัก
  • ความเครียดสะสม
  • การพักผ่อนน้อย
  • ความร้อนสะสมบริเวณอัณฑะ

ตรวจอย่างไรถึงจะรู้ว่าเป็นภาวะ Azoospermia ?

ภาวะ Azoospermia ไม่สามารถสังเกตได้จากอาการภายนอก เพราะผู้ชายส่วนใหญ่ยังมีการหลั่งน้ำอสุจิได้ตามปกติ จึงจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

การตรวจน้ำอสุจิ (Semen Analysis)

เป็นการตรวจหลักเพื่อดูว่ามีตัวอสุจิอยู่ในน้ำอสุจิหรือไม่ รวมถึงประเมินปริมาณและคุณภาพของอสุจิ ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ตรวจซ้ำเพื่อยืนยันผล เนื่องจากผลตรวจอาจเปลี่ยนแปลงได้จากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด หรือระยะเวลางดหลั่ง

การตรวจฮอร์โมน

แพทย์อาจตรวจระดับฮอร์โมน เช่น Testosterone, FSH และ LH เพื่อประเมินการทำงานของอัณฑะและระบบฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างอสุจิ ซึ่งช่วยแยกสาเหตุว่าเกิดจากการสร้างอสุจิผิดปกติหรือไม่

การอัลตราซาวด์และการตรวจเพิ่มเติม

การอัลตราซาวด์ช่วยตรวจดูโครงสร้างอัณฑะและระบบท่อนำอสุจิ เพื่อหาความผิดปกติหรือการอุดตัน ในบางรายอาจมีการตรวจพันธุกรรมเพิ่มเติม เพื่อช่วยประเมินแนวทางรักษาและโอกาสในการเก็บอสุจิสำหรับใช้ในกระบวนการช่วยการเจริญพันธุ์

แนวทางรักษาภาวะไม่มีอสุจิ

แนวทางการรักษาภาวะ Azoospermia จะแตกต่างกันไปตามแต่ละสาเหตุ ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนจะใช้วิธีรักษาแบบเดียวกันหมด แพทย์จึงต้องพิจารณาจากผลตรวจน้ำอสุจิ ผลตรวจฮอร์โมน การตรวจร่างกาย และการตรวจเพิ่มเติม เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุดกับแต่ละบุคคล

การรักษาตามสาเหตุ

หากภาวะไม่มีอสุจิเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน แพทย์อาจพิจารณาการรักษาเพื่อปรับสมดุลฮอร์โมนให้เหมาะสม เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายกลับมาสร้างอสุจิได้ดีขึ้นในบางกรณี

หากเกิดจากการอุดตันของท่อนำอสุจิหรือระบบสืบพันธุ์ แพทย์อาจพิจารณาการรักษาโดยการผ่าตัดแก้ไขการอุดตัน แต่ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งและลักษณะของการอุดตัน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกกรณีจะสามารถแก้ไขด้วยการผ่าตัดได้ จึงต้องประเมินอย่างละเอียดก่อนวางแผนรักษา

การใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

ในกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขสาเหตุได้โดยตรง หรือยังไม่พบอสุจิในน้ำอสุจิ แพทย์อาจพิจารณาการเก็บอสุจิจากอัณฑะหรือท่อพักอสุจิโดยตรง เช่น การทำ PESA หรือ TESE หากสามารถเก็บอสุจิได้ อสุจิเหล่านั้นอาจนำไปใช้ร่วมกับการทำ ICSI ซึ่งเป็นเทคนิคที่คัดเลือกอสุจิเพียงตัวเดียวแล้วฉีดเข้าไปในไข่โดยตรง

แนวทางนี้ช่วยเพิ่มโอกาสการมีบุตรให้กับผู้ชายที่มีภาวะ Azoospermia โดยเฉพาะในรายที่ยังมีการสร้างอสุจิอยู่บางส่วน แม้จะตรวจไม่พบอสุจิในน้ำอสุจิก็ตาม

PESA / TESE คืออะไร และช่วยได้อย่างไร ?

PESA และ TESE คือ หัตถการสำหรับเก็บอสุจิจากระบบสืบพันธุ์ชายโดยตรง มักใช้ในกรณีที่ตรวจไม่พบอสุจิในน้ำอสุจิ แต่แพทย์ประเมินแล้วยังมีโอกาสพบอสุจิอยู่ภายในท่อพักอสุจิหรือเนื้ออัณฑะ  

PESA คืออะไร ?

PESA (Percutaneous Epididymal Sperm Aspiration) คือการใช้เข็มขนาดเล็กเจาะผ่านผิวหนังเข้าไปยังท่อพักอสุจิ เพื่อดูดหาอสุจิออกมา วิธีนี้มักเหมาะกับผู้ชายที่ร่างกายยังสามารถสร้างอสุจิได้ แต่มีปัญหาการอุดตัน ทำให้อสุจิไม่สามารถออกมาปะปนในน้ำอสุจิได้ เช่น เคยทำหมันชาย ท่อนำอสุจิอุดตัน หรือมีความผิดปกติของท่อนำอสุจิ

TESE คืออะไร ?

TESE (Testicular Sperm Extraction) คือการผ่าตัดเล็กเพื่อนำชิ้นเนื้อบางส่วนจากอัณฑะมาตรวจหาอสุจิภายในเนื้อเยื่อ วิธีนี้มักใช้ในกรณีที่ไม่สามารถเก็บอสุจิจากท่อพักอสุจิได้ หรือแพทย์สงสัยว่าอาจมีการสร้างอสุจิในอัณฑะบางส่วน แม้จะตรวจไม่พบอสุจิในน้ำอสุจิก็ตาม

PESA และ TESE เหมาะกับใคร ?

การเก็บอสุจิจากอัณฑะทั้งแบบ PESA และ TESE เหมาะสำหรับผู้ชายที่มีภาวะ Azoospermia หรือผู้ที่ตรวจไม่พบอสุจิในน้ำอสุจิ โดยเฉพาะผู้ที่แพทย์ประเมินแล้วยังมีโอกาสพบอสุจิภายในระบบสืบพันธุ์ชาย อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องทำทั้งสองวิธี ซึ่งแพทย์จะพิจารณาจากสาเหตุของภาวะนี้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาวะไม่มีอสุจิ ผลตรวจน้ำอสุจิ ผลตรวจฮอร์โมน และสภาพอัณฑะ เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละราย

ผู้ชายปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับเทคนิค PESA และ TESE เมื่อเกิดภาวะ Azoospermia

ผู้ชายที่เป็น Azoospermia ยังมีลูกได้ไหม ?

แม้ภาวะนี้จะเป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสมีลูกเสมอไป เพราะในบางรายยังสามารถเก็บอสุจิได้จากอัณฑะ และนำมาใช้ร่วมกับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น การทำ ICSI อีกทั้งในปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ยังช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อได้รับการวินิจฉัยและวางแผนรักษาอย่างเหมาะสม

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ ?

สำหรับคู่สมรสที่พยายามมีลูกมานานแต่ยังไม่เห็นผล ควรเข้ารับการตรวจ โดยเฉพาะหากมีภาวะดังต่อไปนี้

  • พยายามมีลูกเกิน 1 ปีแต่ยังไม่สำเร็จ
  • ตรวจน้ำอสุจิแล้วไม่พบอสุจิ
  • มีปัญหาฮอร์โมนหรือสมรรถภาพทางเพศ
  • เคยผ่าตัดหรือติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์
  • มีประวัติอัณฑะผิดปกติ

หากคุณกำลังเผชิญกับภาวะไม่มีอสุจิ หรือสงสัยว่าเป็น Azoospermia การเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดจะช่วยให้ทราบสาเหตุและแนวทางรักษาที่เหมาะสม

ที่คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมสูติศาสตร์ที่มีบริการให้คำปรึกษาผู้มีบุตรยากในกรุงเทพBangkok IVF Clinic (BIC) เรามีแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวชศาสตร์ พร้อมประสบการณ์และเทคโนโลยีการช่วยวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีลูกอย่างปลอดภัยและมั่นใจมากยิ่งขึ้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายปรึกษาได้ที่

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Schlegel, P. N., Sigman, M., Collura, B., et al. (2020). Diagnosis and treatment of infertility in men: AUA/ASRM guideline part I. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569. จากhttps://www.asrm.org/practice-guidance/practice-committee-documents/diagnosis-and-treatment-of-infertility-in-men-auaasrm-guideline-part-i-2020/
  2. Sharma, M., Leslie, S. W., & Sharma, S. (2025). Azoospermia. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569. จากhttps://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35201719/
  3. Flannigan, R., Bach, P. V., Schlegel, P. N., et al. (2023). 2023 Canadian Urological Association guideline: Evaluation and management of azoospermia. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569. จากhttps://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10426420/
Contact IVF Bangkok
Free Consultation IVF Bangkok

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะไม่มีอสุจิ (Azoospermia) (FAQs)

Q: ผู้ชายที่มีภาวะ Azoospermia จะมีอาการผิดปกติชัดเจนไหม ?

ผู้ชายส่วนใหญ่มักไม่มีอาการผิดปกติชัดเจน และยังสามารถมีเพศสัมพันธ์หรือหลั่งน้ำอสุจิได้ตามปกติ จึงมักตรวจพบภาวะ Azoospermia หลังพยายามมีบุตรแล้วไม่สำเร็จ หรือจากการตรวจสุขภาพด้านภาวะเจริญพันธุ์โดยตรง

Q: ภาวะ Azoospermia สามารถป้องกันได้หรือไม่ ?

บางสาเหตุไม่สามารถป้องกันได้ เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม แต่การดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์หนัก ความเครียดสะสม และความร้อนบริเวณอัณฑะ อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อปัญหาการสร้างอสุจิได้

Q: หากตรวจไม่พบอสุจิ จำเป็นต้องทำ PESA หรือ TESE ทุกคนหรือไม่ ?

ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะแพทย์จะประเมินจากสาเหตุของภาวะไม่มีอสุจิ ผลตรวจฮอร์โมน และการทำงานของอัณฑะก่อน หากมีโอกาสพบอสุจิภายในอัณฑะหรือท่อพักอสุจิ จึงจะพิจารณาใช้วิธี PESA หรือ TESE ต่อไป

Other News

ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง ส่งผลต่อการมีบุตรยาก รู้สาเหตุ การรักษา

ทำความรู้จักกับภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง เข้าใจสาเหตุ อาการที่ควรสังเกต และวิธีรักษาที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์

ธาลัสซีเมียมีลูกได้ไหม ? วิธีเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์

พาหะธาลัสซีเมียมีลูกได้ไหม ? รู้จักว่าโรคธาลัสซีเมียเกิดจากอะไร พร้อมแนวทางการตรวจวินิจฉัยและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการส่งต่อโรคสู่ลูก

เคยแท้งลูก ท้องใหม่ยากขึ้นไหม มีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง ?

เจาะลึกอาการแท้งลูกและสาเหตุที่ทำให้ลูกหลุด พร้อมแนวทางดูแลภาวะมีบุตรยากด้วยการตรวจ PGT และการทำ ICSI ให้กลับมาตั้งครรภ์ได้อีกครั้ง