คู่สมรสกำลังปรึกษาคุณหมอว่า หากเป็นพาหะธาลัสซีเมีย มีลูกได้ไหม ?

ธาลัสซีเมียมีลูกได้ไหม ? วิธีเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์

พาหะธาลัสซีเมียมีลูกได้ไหม ? รู้จักว่าโรคธาลัสซีเมียเกิดจากอะไร พร้อมแนวทางการตรวจวินิจฉัยและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการส่งต่อโรคสู่ลูก

หมายเหตุ: รูปสำหรับใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น

Key Takeaways

คู่สมรสที่เป็นพาหะสามารถมีลูกได้ตามปกติ โดยควรเริ่มต้นจากการตรวจเลือดเพื่อประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรมร่วมกัน หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปกติ ลูกจะปลอดภัยจากตัวโรคอย่างแน่นอน แต่หากเป็นพาหะทั้งคู่ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีคัดกรองยีนตัวอ่อนก่อนการตั้งครรภ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการส่งต่อโรคชนิดรุนแรงได้ การปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนอย่างถูกต้องจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยในอนาคตตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

Table of Contents

การเริ่มต้นวางแผนครอบครัวเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่สำหรับคู่สมรสหลายคู่ ความกังวลใจมักเกิดขึ้นเมื่อตรวจพบว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งคู่เป็นพาหะของโรคทางพันธุกรรม คำถามสำคัญที่ตามมาคือ ธาลัสซีเมียมีลูกได้ไหม และลูกที่เกิดมาจะมีสุขภาพแข็งแรงหรือไม่

ในทางการแพทย์ การเป็นพาหะไม่ใช่ “ตัวโรค” และไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถมีบุตรได้ แต่หมายถึงการมียีนผิดปกติแฝงอยู่ในร่างกาย ซึ่งสามารถส่งผ่านไปยังรุ่นลูกได้ บทความนี้จึงรวบรวมข้อมูล เพื่อเป็นคู่มือให้คู่สมรสเข้าใจถึงสถานะพาหะ การดูแลตัวเอง และเทคโนโลยีที่จะช่วยให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างราบรื่น

ธาลัสซีเมียมีลูกได้ไหม ? วิธีเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์

ธาลัสซีเมีย คืออะไร ?

ธาลัสซีเมีย คือ โรคโลหิตจางทางพันธุกรรมที่เกิดจากความบกพร่องในการสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ส่งผลให้เม็ดเลือดแดงมีลักษณะผิดปกติและเปราะบางจนถูกทำลายได้ง่าย ผู้ป่วยจึงมักมีอาการซีด อ่อนเพลีย และในรายที่มีอาการรุนแรงอาจเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา

โรคธาลัสซีเมียเกิดจากอะไร ?

โรคนี้เกิดจากการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมแบบยีนด้อยจากพ่อและแม่สู่ลูก หากลูกได้รับยีนผิดปกติเพียงยีนเดียวจะเรียกว่า “พาหะ” ซึ่งมักไม่แสดงอาการของโรค แต่หากได้รับยีนผิดปกติจากทั้งพ่อและแม่ ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคธาลัสซีเมีย โดยระดับความรุนแรงจะแตกต่างกันไปตามชนิดของยีนที่ได้รับ

พาหะธาลัสซีเมีย อาการเป็นอย่างไร อันตรายไหม ?

ผู้ที่เป็นพาหะส่วนใหญ่จะมีร่างกายแข็งแรง สมรรถภาพทางกายและสติปัญญาปกติเหมือนคนทั่วไป หลายคนจึงไม่เคยทราบว่าตนเองเป็นพาหะจนกว่าจะได้รับการตรวจเลือดอย่างละเอียด

อย่างไรก็ตาม พาหะบางรายอาจพบภาวะโลหิตจางเพียงเล็กน้อยจากการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าเม็ดเลือดแดงมีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่โดยรวมแล้วไม่มีอันตรายต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การตรวจคัดกรองก่อนสมรสหรือก่อนตั้งครรภ์จึงเป็นวิธีเดียวที่สามารถช่วยยืนยันสถานะพาหะได้อย่างแม่นยำ

คู่สมรสเป็นพาหะ โอกาสที่ลูกจะเป็นโรคมีแค่ไหน ?

โอกาสที่ลูกจะได้รับยีนผิดปกติขึ้นอยู่กับสถานะทางพันธุกรรมของทั้งพ่อและแม่ โดยแบ่งออกเป็นกรณีดังนี้

  • กรณีฝ่ายหนึ่งเป็นพาหะ อีกฝ่ายปกติ : ลูกทุกคนจะไม่มีใครเป็นโรคธาลัสซีเมีย แต่อาจมีโอกาสร้อยละ 50 ที่จะเกิดมาเป็นพาหะเหมือนพ่อหรือแม่ และอีกร้อยละ 50 ที่จะมีผลเลือดปกติ
  • กรณีที่ทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะธาลัสซีเมียชนิดเดียวกัน : ในทุกการตั้งครรภ์จะมีโอกาสร้อยละ 25 ที่ลูกจะเป็นโรคธาลัสซีเมีย ร้อยละ 50 ที่ลูกจะเป็นพาหะ และร้อยละ 25 ที่ลูกจะมีผลเลือดปกติ
  • กรณีที่พ่อและแม่เป็นพาหะคนละชนิด : ขึ้นอยู่กับชนิดของยีน โดยแพทย์จะประเมินความเสี่ยงว่าการจับคู่ของยีนที่ต่างกันนั้นจะส่งผลให้เกิดโรคชนิดรุนแรงต่อลูกหรือไม่

พาหะธาลัสซีเมีย ควรกินอะไร และดูแลตัวเองอย่างไร ?

การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับผู้ที่เป็นพาหะ โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้

อาหารที่ควรรับประทาน

เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงเพื่อช่วยในการสร้างเม็ดเลือด และอาหารที่มีโฟเลตสูง เช่น ผักใบเขียว ธัญพืช และผลไม้ เนื่องจากโฟเลตมีความจำเป็นต่อกระบวนการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่

ข้อควรระวังเรื่องยาบำรุงเลือด

ผู้ที่เป็นพาหะควรหลีกเลี่ยงการซื้อยาบำรุงเลือดที่มีส่วนประกอบของเหล็กมารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะหากร่างกายไม่ได้ขาดเหล็กแต่ได้รับธาตุเหล็กเกินขนาด อาจเกิดการสะสมในอวัยวะต่าง ๆ จนเป็นอันตรายได้

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์สำหรับคู่สมรส

เพื่อให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างเหมาะสม คู่สมรสควรปฏิบัติตามขั้นตอนทางการแพทย์ ดังนี้

1. การตรวจธาลัสซีเมีย

เริ่มต้นจากการตรวจเลือดคัดกรอง (Screening Test) หากพบความเสี่ยง แพทย์จะส่งตรวจวิเคราะห์ชนิดฮีโมโกลบิน (Hb Typing) หรือตรวจลึกถึงระดับ DNA เพื่อยืนยันชนิดของพาหะอย่างละเอียด

2. ปรึกษาด้านพันธุกรรม

เมื่อทราบชนิดยีนที่แน่นอน แพทย์จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับระดับความเสี่ยงที่ลูกจะเป็นโรคชนิดรุนแรง เพื่อให้คู่สมรสมีข้อมูลที่ครบถ้วนประกอบการตัดสินใจ

3. เลือกใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

ในกรณีที่คู่สมรสมีความเสี่ยงสูงที่ลูกอาจเป็นโรคชนิดรุนแรง ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) ร่วมกับการตรวจคัดกรองยีนเดี่ยว (PGT-M) เพื่อคัดเลือกตัวอ่อนที่ไม่มีโรคทางพันธุกรรมก่อนนำไปฝังตัวในมดลูก ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ตอบชัด ๆ เป็นพาหะธาลัสซีเมียมีลูกได้ไหม ?

คำตอบคือ “ได้” หากคู่สมรสเตรียมความพร้อมและเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างถูกวิธี อีกทั้งการเป็นพาหะไม่ได้หมายถึงอุปสรรคในการสร้างครอบครัว แต่เป็นโอกาสในการวางแผนเพื่อให้มั่นใจว่าลูกน้อยที่เกิดมาจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีและเติบโตอย่างแข็งแรงภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์

คู่สมรสปรึกษาแพทย์เรื่องการวางแผนมีบุตรเมื่อทราบสถานะพาหะธาลัสซีเมีย

หมายเหตุ: รูปสำหรับใช้เพื่อการโฆษณาเท่านั้น

เตรียมความพร้อมและเพิ่มโอกาสให้ลูกน้อยแข็งแรง

หากคุณกำลังมองหาคลินิกให้คำปรึกษาผู้มีบุตรยากในกรุงเทพฯ Bangkok IVF Clinic (BIC) ยินดีให้บริการในบทบาท Fertility Planner โดยแพทย์จะช่วยออกแบบแนวทางการมีบุตรที่เหมาะสม ทั้งการทำอิ๊กซี่ (ICSI) หรือ IVF พร้อมให้ข้อมูลเปรียบเทียบว่า ระหว่างการตรวจ PGT-A vs PGT-M vs PGT-SRต่างกันอย่างไร เพื่อเลือกเทคโนโลยีคัดกรองยีนที่ช่วยลดความเสี่ยงการส่งต่อโรคธาลัสซีเมียสู่ลูกน้อยตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายปรึกษาได้ที่

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Sukpan, K., Suknikhom, W., Tongsong, T., et al. (2022). Pregnancy outcomes among women affected with thalassemia traits. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569. จากhttps://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC9918558/.
  2. Thompson, A. A., Kim, H. Y., Singer, S. T., et al. (2013). Pregnancy outcomes in women with thalassemia in North America and the United Kingdom. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569. จากhttps://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/23757266/.
Contact IVF Bangkok
Free Consultation IVF Bangkok

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพาหะธาลัสซีเมีย (FAQs)

Q: หากแม่เป็นพาหะธาลัสซีเมีย พ่อปกติ ลูกที่เกิดมาจะมีความเสี่ยงเป็นโรคหรือไม่ ?

A: ลูกจะไม่มีโอกาสเป็นโรคธาลัสซีเมีย แต่อาจมีโอกาสร้อยละ 50 ที่จะเป็นพาหะเหมือนแม่ หรือร้อยละ 50 ที่จะมีผลเลือดปกติ 

Q: ในกรณีที่พ่อเป็นพาหะธาลัสซีเมีย แม่ปกติ การวางแผนตั้งครรภ์ต้องกังวลเรื่องใดเป็นพิเศษไหม ?

A: ลูกจะปลอดภัยจากตัวโรค แต่อาจรับยีนพาหะจากพ่อไปได้ คู่สมรสควรตรวจคัดกรองเพื่อทราบสถานะเลือดของลูกไว้เป็นข้อมูลในอนาคต

Q: ภาวะพาหะธาลัสซีเมียในหญิงตั้งครรภ์ ส่งผลต่อพัฒนาการทารกในครรภ์อย่างไร ?

A: ปกติจะไม่ส่งผลต่อทารก แต่อาจทำให้คุณแม่ซีดง่ายกว่าทั่วไป แพทย์จึงมักให้เสริมโฟเลตและดูแลระดับความเข้มข้นของเลือดอย่างใกล้ชิด

Q: หากทราบว่าเป็นพาหะทั้งคู่หลังตั้งครรภ์แล้ว มีวิธีตรวจวินิจฉัยทารกอย่างไร ?

A: แพทย์จะแนะนำการวินิจฉัยก่อนคลอด เช่น การเจาะน้ำคร่ำหรือตัดชิ้นเนื้อรก เพื่อตรวจ DNA ว่าทารกเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงหรือไม่

Q: การตรวจ PGT-M เพื่อคัดกรองธาลัสซีเมีย ทำร่วมกับการตรวจ PGT-A ได้หรือไม่ ?

A: สามารถทำร่วมกันได้ เพื่อตรวจทั้งยีนโรคธาลัสซีเมียเฉพาะจุดและคัดกรองจำนวนโครโมโซมให้ปกติไปพร้อมกัน ช่วยลดความเสี่ยงในการแท้งและโรคพันธุกรรมอื่น ๆ

Other News

ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง ส่งผลต่อการมีบุตรยาก รู้สาเหตุ การรักษา

ทำความรู้จักกับภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง เข้าใจสาเหตุ อาการที่ควรสังเกต และวิธีรักษาที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์

ภาวะไม่มีอสุจิ (Azoospermia) กับโอกาสมีลูกที่ยังเป็นไปได้

ภาวะไม่มีอสุจิ (Azoospermia) คืออะไร มาทำความเข้าใจภาวะนี้ ตั้งแต่สาเหตุ วิธีตรวจ และแนวทางรักษา เพื่อเพิ่มโอกาสมีลูกด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

เคยแท้งลูก ท้องใหม่ยากขึ้นไหม มีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง ?

เจาะลึกอาการแท้งลูกและสาเหตุที่ทำให้ลูกหลุด พร้อมแนวทางดูแลภาวะมีบุตรยากด้วยการตรวจ PGT และการทำ ICSI ให้กลับมาตั้งครรภ์ได้อีกครั้ง