Key takeaway
การตั้งครรภ์แฝดเปรียบเสมือนปาฏิหาริย์คูณสองที่มาเติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์ แบ่งออกเป็นแฝดแท้และแฝดเทียม โดยโอกาสเกิดท้องแฝดแท้ตามธรรมชาตินั้นมีเพียง 0.4% (หรือ 1 ใน 250) และมักขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น พันธุกรรม และอายุของคุณแม่ แม้ในปัจจุบันจะไม่มีวิธีทำลูกแฝดที่การันตีผลลัพธ์ได้ 100% แต่เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว ควบคู่กับการย้ายตัวอ่อนมากกว่า 1 ตัว สามารถเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์แฝดเทียมได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การท้องแฝดถือเป็นการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง (High-risk Pregnancy) ที่อาจก่อให้เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดและทารกน้ำหนักตัวน้อย คู่สมรสจึงควรเข้ามาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย ตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อน และวางแผนการตั้งครรภ์ให้ปลอดภัยสูงสุดทั้งต่อคุณแม่และลูกน้อย
หลายคนอาจเคยรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นครอบครัวที่มีลูกแฝด เพราะการได้ต้อนรับสมาชิกใหม่สองคนพร้อมกันถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจไม่น้อย จึงไม่น่าแปลกที่บางคู่สมรสจะเริ่มค้นหาข้อมูลว่า ท้องแฝดเกิดขึ้นได้อย่างไร และมีวิธีทำลูกแฝดได้จริงหรือไม่
ในความเป็นจริง การท้องลูกแฝดอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งธรรมชาติของร่างกาย พันธุกรรม อายุของคุณแม่ ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ด้านการรักษาภาวะมีบุตรยากในปัจจุบัน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า ลูกแฝดเกิดจากอะไร รวมถึงโอกาสมีลูกแฝดมีมากน้อยแค่ไหน และมีปัจจัยใดบ้างที่สามารถช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์แฝดได้
ลูกแฝดเกิดจากอะไร ? เข้าใจพื้นฐานของการตั้งครรภ์แฝด
การมีลูกแฝดก็เปรียบเสมือนการได้รับของขวัญชิ้นใหญ่พร้อมกันถึงสองชิ้น ทำให้มีความสุขและสร้างรอยยิ้มที่มากขึ้นถึงสองเท่า แต่ก่อนที่เราจะก้าวไปสู่การดูแลเจ้าตัวน้อยทั้งสองคน มาทำความเข้าใจกลไกมหัศจรรย์ของร่างกายกันก่อนว่า จุดเริ่มต้นของการมี “ลูกแฝด” นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร
การตั้งครรภ์แฝดคืออะไร ?
การตั้งครรภ์แฝด (Twin Pregnancy) คือ การตั้งครรภ์ที่มีทารกเจริญเติบโตอยู่ในมดลูกมากกว่า 1 คนในคราวเดียวกัน ซึ่งในทางการแพทย์ถือเป็นการตั้งครรภ์ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ (High-risk Pregnancy) เนื่องจากมดลูกของคุณแม่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทารกครั้งละหนึ่งคน การที่มีอีกหนึ่งชีวิตเล็ก ๆ เข้ามาแบ่งปันพื้นที่และอยู่ร่วมกัน ร่างกายของคุณแม่จึงต้องทำงานหนักขึ้นเป็นเท่าตัว ทั้งการสูบฉีดเลือด การแบ่งปันสารอาหาร การท้องแฝดจึงต้องการการเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจมากกว่าปกติ
ความแตกต่างระหว่างแฝดแท้และแฝดเทียม
- แฝดแท้ (Monozygotic twins) : เกิดจากไข่ 1 ใบ และอสุจิ 1 ตัว ที่ปฏิสนธิกันจนเป็นตัวอ่อนในระยะแรก แล้วเกิดการแบ่งตัวออกเป็น 2 ส่วนอย่างสมบูรณ์ในภายหลัง เปรียบเหมือนเมล็ดพันธุ์หนึ่งเมล็ดที่เติบโตแล้วแตกยอดออกเป็นดอกไม้สองดอกที่เหมือนกันทุกประการ
- แฝดเทียม (Dizygotic twins) : เกิดจากไข่ 2 ใบ และอสุจิ 2 ตัว ที่ผสมแยกกันอย่างอิสระตั้งแต่ต้น ทำให้เกิดตัวอ่อน 2 ตัวที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกันในมดลูกเดียวกัน เปรียบเหมือนการปลูกต้นไม้สองต้นพร้อมกันภายในสวนเดียวกัน ทำให้ต้นไม้แต่ละต้นจะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง
สรุปได้ว่า แฝดแท้มีรหัสพันธุกรรม (DNA) ชุดเดียวกัน 100% ทำให้มีเพศเดียวกันเสมอ กรุ๊ปเลือดเดียวกัน และหน้าตาเหมือนกันแทบจะแยกไม่ออก ส่วนแฝดเทียมจะมีความคล้ายคลึงทางพันธุกรรมเพียง 50% เหมือนพี่น้องทั่วไป ดังนั้น แฝดเทียมอาจจะเป็นเพศเดียวกันหรือต่างเพศกันก็ได้ หน้าตาอาจจะแค่คล้ายกัน และอาจมีกรุ๊ปเลือดที่ต่างกันได้
ลูกแฝดเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง ?
- ไข่ 1 ใบแบ่งตัวเป็น 2 ตัวอ่อน ซึ่งในปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ว่าทำไมตัวอ่อนถึงเกิดการแบ่งตัว ถือเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญ
- ไข่ 2 ใบถูกผสมพร้อมกัน มีปัจจัยกระตุ้นหลายอย่าง เช่น พันธุกรรม อายุของคุณแม่ และเทคโนโลยีทางการแพทย์
โอกาสมีลูกแฝดมากน้อยแค่ไหน ?
บางครอบครัวอาจแอบหวังให้เกิดปาฏิหาริย์คูณสองนี้ขึ้นเพื่อเติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์แบบในครั้งเดียว แต่การตั้งครรภ์แฝดมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกันอยู่หลายประการ ดังนี้
สถิติการเกิดท้องแฝดตามธรรมชาติ
หากมองในมุมของการตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติ โอกาสที่จะเกิดครรภ์แฝดนั้นถือเป็นความพิเศษที่พบได้ไม่บ่อยนัก จากสถิติทางการแพทย์พบว่า โอกาสตั้งครรภ์แฝดแท้ตามธรรมชาติจะอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 250 ของการตั้งครรภ์ทั่วไปเท่านั้น
ปัจจัยที่อาจเพิ่มโอกาสท้องแฝด
ปัจจัยที่ทำให้ผู้หญิงบางคนมีโอกาสตั้งครรภ์ลูกแฝดได้มากกว่าคนทั่วไป ได้แก่
- พันธุกรรมในครอบครัว : หากฝั่งครอบครัวของคุณแม่ เช่น คุณยาย คุณแม่ หรือพี่สาวน้องสาว มีประวัติการตั้งครรภ์แฝดเทียม โอกาสที่คุณแม่จะได้รับการถ่ายทอดลักษณะยีนที่เรียกว่าภาวะการตกไข่หลายใบ (Hyperovulation) จะสูงขึ้นตามไปด้วย
- อายุของผู้หญิง : เมื่อผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป ประสิทธิภาพของรังไข่อาจเริ่มลดลง แต่ธรรมชาติกลับมีกลไกชดเชย โดยสมองจะสั่งการให้หลั่งฮอร์โมนกระตุ้นรังไข่ (FSH) ในระดับที่สูงกว่าปกติ เปรียบเสมือนการเหยียบคันเร่งเพื่อปลุกให้รังไข่ทำงาน ซึ่งแรงกระตุ้นที่มากเกินไปนี้ มักส่งผลให้มีไข่สุกและตกลงมาพร้อมกัน 2 ใบในรอบเดือนเดียว
- จำนวนการตั้งครรภ์ก่อนหน้า : คุณแม่ที่เคยผ่านการตั้งครรภ์และคลอดบุตรมาแล้วหลายครั้ง ร่างกายจะมีความคุ้นชินต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดในท้องถัด ๆ ไปได้มากกว่าผู้หญิงที่เพิ่งตั้งครรภ์เป็นครั้งแรก
- โครงสร้างร่างกายและฮอร์โมน : ผู้หญิงที่มีรูปร่างสูงหรือมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ค่อนข้างสูง ร่างกายจะมีการผลิตโปรตีน Insulin-like Growth Factor (IGF) เพิ่มขึ้น ซึ่งโปรตีนตัวนี้มีส่วนไปกระตุ้นให้รังไข่ไวต่อฮอร์โมนมากขึ้น จึงเพิ่มโอกาสในการปล่อยไข่มากกว่าหนึ่งใบ
ทำไมบางคนจึงมีลูกแฝดโดยไม่ตั้งใจ ?
สำหรับคุณแม่ที่ไม่ได้ตั้งเป้าหมายอยากได้ลูกแฝดไว้ตั้งแต่ต้น แต่กลับได้รับเซอร์ไพรส์เป็นลูกแฝด มักมีสาเหตุมาจากกลไกทางร่างกายที่ทำงานเกินความคาดหมายในรอบเดือนนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตกไข่หลายใบพร้อมกันในรอบเดือนเดียว และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ร่างกายกำลังปรับตัวหลังหยุดยาคุมกำเนิด

วิธีทำลูกแฝดที่คู่สมรสควรรู้
วิธีทำลูกแฝดตามธรรมชาติ
หากมุ่งหวังให้เกิดครรภ์แฝดด้วยวิธีทางธรรมชาติ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่านี่คือกลไกที่ร่างกายเป็นผู้กำหนดเองทั้งหมด จึงไม่สามารถการันตีวิธีได้แน่ชัด ทั้งหมดล้วนเป็นกลไกธรรมชาติที่มีโอกาสเพียง 0.4% ซึ่งคู่สมรสสามารถเตรียมพร้อมสำหรับการท้องลูกแฝดได้ด้วยการดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ
เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่อาจเพิ่มโอกาสท้องแฝด
เมื่อไม่สามารถกำหนดด้วยวิธีธรรมชาติได้ เทคโนโลยีทางการแพทย์จึงเข้ามามีบทบาท แต่เทคโนโลยีไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อผลิตลูกแฝดโดยตรง ครรภ์แฝดเป็นผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเหล่านี้
- การรักษาภาวะมีบุตรยาก : กระบวนการทำ IUI (การฉีดน้ำเชื้อเข้าโพรงมดลูก) หรือการทำ IVF และ ICSI เป็นการเพิ่มโอกาสให้ไข่และอสุจิได้เจอกันในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด หากอสุจิสามารถปฏิสนธิกับไข่ได้มากกว่า 1 ใบ ก็จะเกิดการตั้งครรภ์แฝดเทียมขึ้น
- การกระตุ้นการตกไข่ : การใช้ยาเพื่อแก้ปัญหาไข่ไม่ตก หรือเพื่อเก็บรวบรวมเซลล์ไข่ คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ร่างกายมีไข่ตกมากกว่า 1 ใบในรอบเดือนนั้น ๆ จึงเพิ่มโอกาสมีลูกแฝดเทียมได้
- การย้ายตัวอ่อนมากกว่า 1 ตัว : ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว แพทย์จะนำไข่และอสุจิมาผสมกันในห้องแล็บจนเติบโตเป็นตัวอ่อน จากนั้นจะทำการย้ายตัวอ่อนกลับคืนสู่โพรงมดลูก หากย้ายตัวอ่อนกลับเข้าไป 2 ตัว เพื่อเพิ่มโอกาสในการฝังตัว และตัวอ่อนทั้งคู่แข็งแรงจนเกาะติดผนังมดลูกได้สำเร็จ ก็จะกลายเป็นลูกแฝดในที่สุด
การวางแผนตั้งครรภ์แฝดด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่
เมื่อเทคโนโลยีทางการแพทย์มีบทบาทในการวางแผนตั้งครรภ์มากขึ้น การท้องแฝดจึงมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยต้องอาศัยการวางแผนอย่างรัดกุมจากแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะในประเด็นเหล่านี้
- การตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน : สำหรับคู่สมรสที่ทำ IVF และ ICSI แล้วต้องการใส่ตัวอ่อนพร้อมกัน 2 ตัว ปัจจุบันมีเทคโนโลยี PGT-A และ PGT-M ที่สามารถคัดกรองโครโมโซมของตัวอ่อนก่อนย้ายกลับเข้าโพรงมดลูก ทำให้แพทย์สามารถเลือกตัวอ่อนที่สมบูรณ์ที่สุด ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จและลดความเสี่ยงในการตั้งครรภ์แฝดได้
- การวางแผนการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย : การแพทย์ยุคใหม่มุ่งเน้นที่ความปลอดภัยของคุณแม่และทารกเป็นอันดับหนึ่ง การตั้งครรภ์เดี่ยวที่แข็งแรงจึงเป็นเป้าหมายหลักของการรักษา แต่หากคู่สมรสมีความประสงค์และร่างกายมีความพร้อม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยประเมินและวางแผนการตั้งครรภ์แฝดอย่างรัดกุมที่สุด

การดูแลท้องแฝดที่แตกต่างจากการตั้งครรภ์ทั่วไป
เมื่อปาฏิหาริย์คูณสองมาเยือน ร่างกายของคุณแม่ก็เปรียบเสมือนบ้านที่ต้องขยายพื้นที่และทรัพยากรเพื่อรองรับสมาชิกที่เพิ่มขึ้น การดูแลตัวเองจึงต้องยกระดับขึ้นเป็นพิเศษ
ความเสี่ยงที่อาจพบในการตั้งครรภ์แฝด
- คลอดก่อนกำหนด : มดลูกมีข้อจำกัดเรื่องการขยายตัว เมื่อทารกสองคนเติบโตขึ้น พื้นที่จะเต็มเร็วกว่าปกติ ทำให้มีโอกาสเจ็บครรภ์และคลอดก่อนกำหนด (ก่อน 37 สัปดาห์) สูงกว่าครรภ์เดี่ยว
- น้ำหนักทารก : ทารกแฝดมักมีน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ เนื่องจากต้องแบ่งปันสารอาหารและพื้นที่ในครรภ์ บางครั้งอาจมีกรณีแฝดเจริญเติบโตไม่เท่ากันได้
- สุขภาพของแม่ : ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์แฝดมักมีสัดส่วนความเสี่ยงต่อภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) สูงขึ้นด้วย
การดูแลสุขภาพคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แฝด
- การฝากครรภ์ : ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากสูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกปริกำเนิด (MFM) ซึ่งจะมีการนัดตรวจและอัลตราซาวนด์บ่อยกว่าครรภ์ปกติ เพื่อติดตามการเจริญเติบโตของทารกทั้งสองคนอย่างละเอียด
- โภชนาการ : คุณแม่ตั้งครรภ์แฝดต้องการพลังงาน โปรตีน แคลเซียม และธาตุเหล็ก รวมถึงกรดโฟลิก มากกว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ปกติ เพื่อให้เพียงพอต่อการสร้างอวัยวะของลูกน้อยทั้งสอง
- การติดตามสุขภาพทารก : ต้องมีการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนเฉพาะของครรภ์แฝดอย่างสม่ำเสมอ เช่น ภาวะทารกถ่ายเทเลือดให้กัน (TTTS) ในกรณีที่เป็นแฝดแท้ใช้รกร่วมกัน
คู่สมรสที่ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการวางแผนมีบุตร
ไม่ว่าคุณกับคู่สมรสจะอยากมีลูกแฝดหรือไม่ แต่หากกำลังวางแผนมีลูกและเข้าข่ายกรณีเหล่านี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อวางแผนมีบุตรอย่างถูกวิธี ลดความเสี่ยงต่อร่างกายของแม่และทารกที่จะเกิดมาในอนาคต
- พยายามตั้งครรภ์มานานเกิน 1 ปี โดยไม่ได้คุมกำเนิดและมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ
- ฝ่ายหญิงมีอายุเกิน 35 ปีขึ้นไป
- มีปัญหาฮอร์โมนหรือการตกไข่ เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ มาไม่สม่ำเสมอ ขาดหายไปนาน หรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
- เคยแท้งมากกว่า 1 ครั้งหรือมีภาวะมีบุตรยากจากฝ่ายชายมีปัญหาน้ำเชื้อด้อยคุณภาพ อสุจิปริมาณน้อย หรือเคลื่อนไหวผิดปกติ
หากคุณกำลังวางแผนมีบุตร หรืออยากทราบว่าร่างกายของคุณมีโอกาสมีลูกแฝดมากน้อยเพียงใด การเข้ารับการประเมินกับแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์จะช่วยให้วางแผนได้อย่างเหมาะสม ปัจจุบันมีเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์หลายรูปแบบ เช่น การใช้ยาเร่งไข่ตกเพื่อกระตุ้นการตกไข่ การทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งหลายคนมักค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำอิ๊กซี่ราคาเท่าไหร่ รวมถึงเทคนิคการเก็บตัวอ่อนเพื่อใช้ในอนาคตด้วยการแช่แข็งตัวอ่อน และการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนโดยใช้วิธี PGT-A และ PGT-M ซึ่งช่วยให้แพทย์วางแผนการตั้งครรภ์ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ที่คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมสูติศาสตร์ ที่มีบริการให้คำปรึกษาผู้มีบุตรยาก Bangkok IVF Clinic (BIC Clinic) เราไม่ได้เพียงรักษาภาวะมีบุตรยากแต่เราคือผู้ให้คำปรึกษาด้านการวางแผนครอบครัว โดยคำนึงถึงช่วงเวลาที่คุณต้องการมีลูก และแนะนำว่าควรเริ่มการรักษาเมื่อใดถึงจะบรรลุเป้าหมายอย่างที่ตั้งใจ ติดต่อคลินิกรักษาผู้มีบุตรยากของเราเพื่อปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ได้เลย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายปรึกษาได้ที่
- โทร : +(66)02-933-1584 ถึง 6
- Line@ : @Bangkokivfclinic
ข้อมูลอ้างอิง
- Twin Peaks: more twinning in humans than ever before. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569. จาก https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8129593/
- Multiple Pregnancy. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569. จาก https://www.acog.org/womens-health/faqs/multiple-pregnancy
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการมีลูกแฝด (FAQs)
โอกาสมีลูกแฝดตามธรรมชาติมีมากแค่ไหน ?
โดยทั่วไปการตั้งครรภ์แฝดแท้ตามธรรมชาติพบได้ประมาณ 1 ใน 100-250 ของการตั้งครรภ์ (อัตราส่วน 1:100-250) แต่โอกาสอาจเพิ่มขึ้นจากปัจจัยบางอย่าง เช่น พันธุกรรม อายุของผู้หญิง หรือการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์
การกินอาหารหรือสมุนไพรช่วยให้มีลูกแฝดได้จริงหรือไม่ ?
ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าอาหารหรือสมุนไพรสามารถทำให้เกิดลูกแฝดได้โดยตรง การตั้งครรภ์แฝดส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางชีววิทยาและพันธุกรรมเป็นหลัก
การทำเด็กหลอดแก้วทำให้มีลูกแฝดได้ทุกครั้งหรือไม่ ?
ไม่เสมอไป ปัจจุบันแพทย์มักพิจารณาย้ายตัวอ่อนอย่างเหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงของการตั้งครรภ์แฝด ซึ่งอาจมีภาวะแทรกซ้อนมากกว่าการตั้งครรภ์เดี่ยว
ลูกแฝดแท้กับแฝดเทียม สามารถตรวจเพื่อทราบผลได้ตั้งแต่เมื่อไร ?
แพทย์สามารถประเมินได้ตั้งแต่ช่วงอัลตราซาวนด์ใน 7 สัปดาห์แรก โดยดูจากลักษณะถุงตั้งครรภ์และรก
หากอยากวางแผนมีลูกแฝดควรเริ่มจากอะไร ?
ควรเริ่มจากการตรวจสุขภาพและประเมินภาวะเจริญพันธุ์กับแพทย์ เพื่อดูว่าสุขภาพร่างกายเหมาะสมกับการตั้งครรภ์หรือไม่ และเลือกแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด


