Key Takeaways
มดลูกคว่ำเป็นลักษณะทางกายวิภาคที่มดลูกเอียงไปด้านหลังของอุ้งเชิงกราน ซึ่งพบได้ในผู้หญิงจำนวนไม่น้อยและส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย รวมถึงไม่ได้เป็นสาเหตุหลักของภาวะมีบุตรยาก ผู้ที่มีภาวะนี้อาจมีอาการปวดประจำเดือน เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือปวดเชิงกรานได้ในบางราย โดยสามารถตรวจวินิจฉัยได้ผ่านการตรวจภายในและอัลตราซาวนด์ แม้มดลูกคว่ำอาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ทางอ้อมในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อมีพังผืดหรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ร่วมด้วย แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ยังสามารถตั้งครรภ์ได้ตามปกติ ทั้งนี้การวางแผนวันไข่ตก ดูแลสุขภาพร่างกาย และปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น การกระตุ้นไข่ IVF หรือ ICSI สามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับผู้หญิงที่เข้ารับการตรวจภายในหรือทำอัลตราซาวนด์มดลูก แล้วพบว่าตนเองมีภาวะมดลูกคว่ำ ย่อมเกิดความกังวลใจว่าจะส่งผลต่อการมีบุตรหรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ภาวะนี้พบได้ในผู้หญิงจำนวนไม่น้อย และส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของมดลูกคว่ำ สัญญาณเตือนทางร่างกายที่ควรสังเกต รวมถึงผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ จะช่วยให้ผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตรสามารถเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม และวางแผนการรักษาหรือดูแลสุขภาพการเจริญพันธุ์ได้มีประสิทธิภาพและแม่นยำมากยิ่งขึ้น
ภาวะมดลูกคว่ำคืออะไร ?
มดลูกคว่ำเป็นลักษณะทางกายวิภาคของมดลูกที่มีการเอียง โค้ง หรือทอดตัวไปทางด้านหลังของอุ้งเชิงกราน แทนที่จะเอียงหรือโน้มมาทางด้านหน้า เหมือนกับลักษณะมดลูกของผู้หญิงทั่วไป ซึ่งในทางการแพทย์จะเรียกภาวะมดลูกเอียงไปข้างหลังนี้ว่า Retroverted Uterus หรือ Retroflexed Uterus
ในบางกรณี ผู้คนทั่วไปอาจเรียกภาวะนี้ติดปากว่า ภาวะมดลูกคว่ำ เนื่องจากมดลูกมีการเอียงตัวไปทางด้านหลัง ตำแหน่งของปากมดลูกก็อาจจะมีการหันหรือทำมุมไปในทิศทางที่แตกต่างจากปกติไปด้วย จนทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปว่าปากมดลูกมีการคว่ำตัวตามลักษณะการเอียงของมดลูก
ภาวะมดลูกคว่ำสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งพบได้หลัก ๆ ดังนี้
- เป็นลักษณะทางกายวิภาคตั้งแต่กำเนิด ผู้หญิงบางคนเกิดมาพร้อมกับมดลูกที่เอียงไปทางด้านหลังอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นความแตกต่างเฉพาะบุคคล ไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บแต่อย่างใด
- เอ็นยึดมดลูกหย่อนตัว เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่ยึดเหนี่ยวรั้งมดลูกให้อยู่ในตำแหน่งสมดุลอาจเกิดการหย่อนคล้อยลง ทำให้มดลูกเบนไปทางด้านหลังได้
- เคยตั้งครรภ์หรือคลอดบุตร โดยในช่วงตั้งครรภ์ เส้นเอ็นที่ยึดมดลูกจะขยายตัวและยืดออกอย่างมาก หลังคลอดบุตรแล้ว เส้นเอ็นเหล่านี้อาจไม่หดตัวกลับมาตึงเท่าเดิม ส่งผลให้ตำแหน่งมดลูกเปลี่ยนไป
- ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โรคนี้ทำให้เกิดเลือดออกผิดปกติในอุ้งเชิงกราน จนกลายเป็นพังผืด ซึ่งพังผืดนี้เองที่อาจจะดึงรั้งให้มดลูกเอียงไปทางด้านหลัง
- พังผืดในอุ้งเชิงกราน เนื่องจากการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน หรือเคยเข้ารับการผ่าตัดในช่องท้องมาก่อน จนเกิดพังผืดดึงรั้งตำแหน่งมดลูกให้ผิดเพี้ยนไปจากเดิม
โดยทั่วไปแล้ว ภาวะมดลูกคว่ำไม่ถือว่าเป็นโรคร้ายแรง และผู้หญิงจำนวนมากที่มีมดลูกลักษณะนี้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
สัญญาณเตือนของภาวะมดลูกคว่ำ
แม้ว่าผู้หญิงที่มีภาวะมดลูกคว่ำจำนวนมาก จะไม่มีอาการใด ๆ แสดงออกมาเลยตลอดชีวิต แต่ในผู้หญิงบางรายก็อาจจะมีสัญญาณเตือนบางอย่างที่บ่งบอกถึงภาวะมดลูกคว่ำได้ ซึ่งอาการที่สามารถสังเกตเห็นได้ มีดังนี้
ปวดประจำเดือนมากกว่าปกติ
ผู้หญิงที่มีมดลูกเอียงไปทางด้านหลัง อาจมีอาการปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยอย่างรุนแรง หรือมีอาการปวดลามไปถึงหลังส่วนล่างในช่วงที่มีประจำเดือน เนื่องจากตำแหน่งของมดลูกที่เอียงไปเบียดและกดทับโครงสร้างหรือเส้นประสาททางด้านหลังอุ้งเชิงกราน
เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
เนื่องจากทิศทางของมดลูกที่เปลี่ยนไป การมีเพศสัมพันธ์ในบางท่าทางอาจทำให้เกิดแรงกดหรือการกระแทกเข้าที่บริเวณตัวมดลูกหรือปีกมดลูกโดยตรง ส่งผลให้รู้สึกเจ็บปวดลึก ๆ หรือรู้สึกไม่สบายตัวระหว่างการมีกิจกรรมทางเพศ
ปวดหลังหรือปวดเชิงกรานเรื้อรัง
ในบางรายอาจต้องเผชิญกับอาการปวดหลังส่วนล่างแบบตื้อ ๆ หรือรู้สึกตึง คับแน่น บริเวณอุ้งเชิงกรานเป็นประจำเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากการที่มดลูกไปกดทับอวัยวะข้างเคียง
อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าอาการผิดปกติอาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ทางนรีเวชได้เช่นกัน ดังนั้น หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่ถูกต้อง
วิธีการตรวจวินิจฉัยภาวะมดลูกคว่ำ
หากคุณสงสัยว่าตนเองมีภาวะมดลูกคว่ำ แพทย์สามารถทำการตรวจวินิจฉัยผ่านการตรวจทางนรีเวช โดยวิธีที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพ มีดังต่อไปนี้
การตรวจภายใน
แพทย์จะตรวจตำแหน่งของมดลูกผ่านการคลำบริเวณอุ้งเชิงกราน เพื่อประเมินทิศทางและความผิดปกติของมดลูกเบื้องต้น
การอัลตราซาวนด์
วิธีที่ช่วยให้เห็นลักษณะและตำแหน่งของมดลูกได้ชัดเจนกว่า รวมถึงช่วยประเมินความผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ซีสต์ เนื้องอก หรือพังผืด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มดลูกเอียงผิดตำแหน่ง
การตรวจเพิ่มเติมในผู้มีบุตรยาก
หากผู้ป่วยมีปัญหาการตั้งครรภ์ร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุอื่น ๆ เช่น การตรวจคุณภาพไข่ การตรวจฮอร์โมน การตรวจท่อนำไข่ และการตรวจคุณภาพอสุจิของฝ่ายชาย เพื่อให้ได้ภาพรวมของปัญหาที่ชัดเจน

ภาวะมดลูกคว่ำหน้า อันตรายหรือไม่ ส่งผลอย่างไรต่อการตั้งครรภ์ ?
จริง ๆ แล้วคำว่า “มดลูกคว่ำหน้า” อาจเป็นคำที่คนทั่วไปใช้เรียกสลับหรือสับสนกับลักษณะของมดลูกที่เบนมาทางด้านหน้า (Antverted Uterus) ซึ่งเป็นลักษณะปกติของผู้หญิงส่วนใหญ่ หรืออาจหมายถึงมดลูกที่เอียงผิดปกติแต่เฉียงไปข้างหน้า ซึ่งไม่ว่าจะคว่ำหน้าหรือคว่ำหลัง โดยทั่วไปแล้วไม่ได้ถือว่าเป็นภาวะที่อันตรายต่อชีวิตแต่อย่างใด ตราบใดที่ไม่มีโรคหรือพยาธิสภาพร้ายแรงอื่น ๆ แฝงอยู่ร่วมด้วย
มดลูกคว่ำสามารถมีลูกได้หรือไม่ ?
แม้ภาวะมดลูกคว่ำจะไม่ใช่อุปสรรคในการมีลูก แต่ในบางกรณี ลักษณะทางกายวิภาคที่เอียงไปด้านหลังนี้ก็อาจจะส่งผลกระทบทางอ้อมได้บ้าง เช่น
- เมื่อมีเพศสัมพันธ์ในท่าทางปกติ ทิศทางของปากมดลูกที่เปลี่ยนไปอาจทำให้อสุจิเดินทางเข้าถึงปากมดลูกได้ยากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
- หากมีสาเหตุมาจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือมีพังผืดรุนแรงในอุ้งเชิงกราน ตัวพังผืดและโรคเหล่านี้ อาจส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์ให้ลดลงได้
วิธีเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สำหรับคนมีภาวะมดลูกคว่ำ
สำหรับคู่สมรสที่กำลังวางแผนมีบุตร และตรวจพบว่าฝ่ายหญิงมีภาวะมดลูกเอียงหรือคว่ำไปด้านหลัง สามารถดูแลตัวเองเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น ดังนี้
วางแผนช่วงวันไข่ตก
การนับวันรอบเดือนและเลือกมีเพศสัมพันธ์ให้ตรงกับช่วงวันไข่ตก จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ตัวอสุจิและไข่ที่สมบูรณ์ได้เดินทางมาปฏิสนธิกันได้พอดี ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์
เลือกท่าทางที่เหมาะสม
ปรับเปลี่ยนท่าทางในการมีเพศสัมพันธ์ที่เอื้อให้อสุจิหลั่งใกล้กับปากมดลูก เช่น ท่าร่วมเพศจากทางด้านหลัง (Doggy Style) และหลังจากเสร็จกิจกรรม แนะนำให้ฝ่ายหญิงนอนหงายราบแล้วใช้หมอนหนุนยกสะโพกให้สูงขึ้นเล็กน้อยเป็นเวลา 15-30 นาที เพื่อช่วยให้น้ำเชื้ออสุจิไม่ไหลย้อนออกมา และมีเวลาขังตัวอยู่บริเวณปากมดลูกได้นานขึ้น
ดูแลสุขภาพร่างกาย
การเตรียมความพร้อมจากภายในเป็นสิ่งสำคัญ ควรควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอวันละ 7-8 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงความเครียดสะสม เพราะความเครียดส่งผลต่อการตกไข่โดยตรง
ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านภาวะมีบุตรยาก
หากพยายามตั้งครรภ์ด้วยวิธีธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลาเกิน 1 ปีแล้ว หรือเกิน 6 เดือนสำหรับผู้หญิงที่อายุมากกว่า 35 ปี แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ แนะนำว่าควรเข้าไปขอคำปรึกษาจาก คลินิกปรึกษามีบุตรยาก เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดและวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยการเจริญพันธุ์ได้พัฒนาไปไกลมาก ซึ่งมีหลากหลายวิธีที่สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้ เช่น
- การกระตุ้นไข่ เป็นขั้นตอนที่แพทย์จะใช้ยา เพื่อทำการกระตุ้นไข่ของฝ่ายหญิง ให้เจริญเติบโตสมบูรณ์และมีจำนวนไข่ที่พร้อมใช้งานมากกว่า 1 ใบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิ ไม่ว่าจะด้วยวิธีธรรมชาติหรือเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์
- การทำเด็กหลอดแก้ว คือเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ แบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) และ IVF (In-Vitro Fertilization) ซึ่งเป็นกระบวนการปฏิสนธินอกร่างกาย โดยแพทย์จะเก็บไข่จากฝ่ายหญิงและอสุจิจากฝ่ายชายมาทำการปฏิสนธิกันในห้องปฏิบัติการเลี้ยงตัวอ่อนจนแข็งแรง จากนั้นจึงจะทำการย้ายตัวอ่อนที่สมบูรณ์กลับเข้าสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิงโดยตรง วิธีนี้จึงช่วยตัดปัญหาเรื่องอสุจิว่ายไปไม่ถึงปากมดลูกจากภาวะมดลูกคว่ำได้อย่างเบ็ดเสร็จ และช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ในผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
สรุปได้ว่า ภาวะมดลูกคว่ำเป็นลักษณะทางกายวิภาคที่พบได้ในผู้หญิงจำนวนไม่น้อย และส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตราย รวมถึงไม่ได้ทำให้มีบุตรยากเสมอไป ดังนั้นผู้ที่สงสัยว่าตนเองมีภาวะนี้ไม่ควรกังวลจนเกินไป แต่ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและวางแผนดูแลสุขภาพการเจริญพันธุ์อย่างเหมาะสม
หากคุณมีภาวะมดลูกคว่ำ หรือมีข้อสงสัยว่าการทำเด็กหลอดแก้วคืออะไร ? รวมถึงกำลังกังวลเกี่ยวกับการวางแผนมีบุตร Bangkok IVF Clinic (BIC) พร้อมดูแลคุณในบทบาท Fertility Planner ด้วยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ที่จะช่วยตรวจประเมินสุขภาพมดลูก ระบบสืบพันธุ์ และปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ เพื่อออกแบบแนวทางการรักษาและการมีบุตรที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายปรึกษาได้ที่
- โทร : 02-933-1584 ถึง 6
- Line@ : @Bangkokivfclinic
ข้อมูลอ้างอิง
- Retroverted uterus. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 จาก https://www.betterhealth.vic.gov.au/health/conditionsandtreatments/retroverted-uterus
- The Retroverted Uterus and Pelvic Floor Dysfunction: 400 BC to 2025 AD. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 จาก https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12618285/
- What You Should Know About Retroverted Uterus. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 จาก https://www.healthline.com/health/womens-health/tilted-uterus
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะมดลูกคว่ำ (FAQs)
Q : มดลูกคว่ำสามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นปกติได้เองหรือไม่ ?
A : ได้ในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเอ็นยึดมดลูกหลังการตั้งครรภ์ หรือเมื่อมดลูกขยายตัวระหว่างตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งของมดลูกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และไม่ได้จำเป็นต้องรักษาหากไม่มีอาการผิดปกติ
Q : ภาวะมดลูกคว่ำมีผลต่อการตรวจภายในหรือการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหรือไม่ ?
A : โดยทั่วไปไม่ส่งผลต่อความแม่นยำของการตรวจ แต่แพทย์อาจต้องปรับเทคนิคหรือเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่งของปากมดลูก เพื่อให้การตรวจเป็นไปอย่างสะดวกและได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
Q : ควรพบแพทย์เมื่อใดหากสงสัยว่ามีภาวะมดลูกคว่ำ ?
A : หากมีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง ปวดเชิงกรานเรื้อรัง เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือวางแผนมีบุตรแต่ยังไม่ตั้งครรภ์ตามระยะเวลาที่เหมาะสม ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินสาเหตุและรับคำแนะนำที่เหมาะสมต่อไป


