คู่สมรสปรึกษาแพทย์เรื่องอัตราความสำเร็จของกระบวนการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยวิธี IVF และ ICSI

อัตราความสำเร็จในการทำ IVF และ ICSI ของผู้หญิงแต่ละช่วงวัย ?

เจาะลึกอัตราความสำเร็จตามช่วงอายุสำหรับการทำ IVF และ ICSI พร้อมแนวทางการเตรียมตัว เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ให้สูงขึ้นสำหรับคู่สมรสที่มีบุตรยาก

สรุปสาระสำคัญ
ความสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้วขึ้นอยู่กับ “เวลา” และ “ความพร้อมของร่างกาย” เป็นสำคัญ โดยเฉพาะอายุของฝ่ายหญิงที่ส่งผลต่อคุณภาพเซลล์ไข่โดยตรง อย่างไรก็ตาม การเตรียมตัวด้านโภชนาการ การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการทำ IVF หรือ ICSI รวมถึงการตรวจโครโมโซม PGT-A ควบคู่ไปกับการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้สามารถออกแบบและวางแผนการรักษาที่ตรงจุดและเพิ่มโอกาสในการสร้างครอบครัวได้สำเร็จตามที่ตั้งใจ

การตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยวิธี IVF (In Vitro Fertilization) หรือ ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) เป็นก้าวสำคัญสำหรับคู่สมรสที่ปรารถนาจะสร้างครอบครัว แต่หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดและส่งผลต่อการวางแผนคือ โอกาสความสำเร็จมีมากน้อยเพียงใด ?

ซึ่งหนึ่งในความจริงที่ต้องยอมรับด้านทางการแพทย์ก็คือ อัตราความสำเร็จของทั้งการทำ IVF และ ICSI ไม่ได้เท่ากันในทุกคู่สมรส โดยมีปัจจัยทางชีวภาพและไลฟ์สไตล์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ “อายุของฝ่ายหญิง” ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดคุณภาพและปริมาณของเซลล์ไข่ บทความนี้จะมาเจาะลึกสถิติของอัตราความสำเร็จตามช่วงอายุ เพื่อให้คุณเข้าใจความจริงและวางแผนมีบุตรได้อย่างแม่นยำ

ทำความเข้าใจ กระบวนการทำ IVF และ ICSI เพื่อโอกาสตั้งครรภ์ในอนาคต 

ในการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ คู่สมรสที่มีสุขภาพปกติและอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ (อายุต่ำกว่า 30 ปี) มีโอกาสตั้งครรภ์ต่อรอบเดือนเพียงประมาณ 20-25% เท่านั้น แต่สำหรับเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ตัวเลขความสำเร็จของการทำ IVF และ ICSI Success Rate มักจะสูงกว่า เนื่องจากมีกระบวนการคัดกรองตัวอ่อนที่ปกติและคุณภาพดีก่อนนำไปฝังตัวในมดลูก

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความสำเร็จนี้จะค่อย ๆ ลดลงตามวัยที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากพื้นฐานทางร่างกายและประสิทธิภาพของระบบสืบพันธุ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ

IVF/ICSI Success Rate อายุเท่าไรมีโอกาสตั้งครรภ์สูงสุด ?

IVF/ICSI Success Rateเจาะลึกอัตราความสำเร็จตามแต่ละช่วงอายุ

อัตราความสำเร็จตามช่วงอายุของทั้งการทำ IVF และ ICSI โดยทั่วไป มีดังนี้

  • ผู้หญิงอายุต่ำกว่า 35 ปี : เป็นช่วงที่มีโอกาสความสำเร็จสูงสุด เฉลี่ยอยู่ที่ 40-50% เนื่องจากเซลล์ไข่ส่วนใหญ่ยังมีความปกติทางพันธุกรรมสูง
  • ผู้หญิงอายุ 35-37 ปี : อัตราความสำเร็จจะเริ่มลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 30-35% ตามปริมาณและคุณภาพไข่ที่ลดน้อยลง
  • ผู้หญิงอายุ 38-40 ปี : โอกาสตั้งครรภ์เฉลี่ยอยู่ที่ 20-25% เนื่องจากความเสี่ยงเรื่องโครโมโซมผิดปกติในเซลล์ไข่เริ่มเพิ่มสูงขึ้น
  • ผู้หญิงอายุ 41-42 ปี ขึ้นไป : อัตราความสำเร็จอาจอยู่ที่ประมาณ 10-15% หรือน้อยกว่านั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะบุคคลและการตอบสนองต่อยาในกระบวนการรักษา

ปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราความสำเร็จนอกเหนือจากอายุ

นอกจากเรื่องอายุแล้ว ยังมีปัจจัยสนับสนุนอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อโอกาสตั้งครรภ์ ได้แก่

  • คุณภาพของอสุจิ : หากฝ่ายชายมีปัญหาอสุจิไม่แข็งแรง การทำอิ๊กซี่ (ICSI) จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้โดยตรง เนื่องจากมีขั้นตอนการคัดเลือกอสุจิที่มีความแข็งแรงเพื่อนำมาปฏิสนธิกับเซลล์ไข่
  • ภาวะสุขภาพของมดลูก : สภาพแวดล้อมภายในมดลูกที่เหมาะสม ผนังมดลูกที่มีความหนาพอดี รวมถึงการไม่มีพังผืดหรือเนื้องอกที่เป็นอุปสรรค จะช่วยส่งเสริมให้การฝังตัวของตัวอ่อนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ไลฟ์สไตล์และโภชนาการ : การปรับพฤติกรรมการกินเพื่อบำรุงมดลูก การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และการหลีกเลี่ยงสารอนุมูลอิสระจากบุหรี่และแอลกอฮอล์ มีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพของเซลล์สืบพันธุ์
  • ความเชี่ยวชาญของห้องปฏิบัติการ : คุณภาพของเครื่องมือในการเลี้ยงตัวอ่อนและการคัดกรองโครโมโซม มีผลต่อการคัดเลือกตัวอ่อนที่มีความแข็งแรง เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้สำเร็จ

วิธีเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น

เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพ แพทย์มักแนะนำแนวทางเพิ่มเติมดังนี้

  1. การตรวจคัดกรองโครโมโซม (PGT-A) : ช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่มีจำนวนโครโมโซมปกติ ลดความเสี่ยงจากการแท้งและการไม่ฝังตัวของตัวอ่อน
  2. การเตรียมผนังมดลูก : การใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อปรับสภาพเยื่อบุโพรงมดลูกให้พร้อมสำหรับการยึดเกาะของตัวอ่อนในวันที่เหมาะสมที่สุด
  3. การวินิจฉัยสาเหตุที่ตรงจุด : การตรวจวิเคราะห์ปัญหาการมีบุตรยากอย่างละเอียดทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงก่อนเริ่มกระบวนการ เพื่อเลือกเทคนิคการรักษาที่สอดคล้องกับสภาพร่างกายของคู่สมรส 

ตัวเลขอัตราความสำเร็จของการทำ IVF และ ICSI แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “เวลา” คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด หากคุณวางแผนจะมีบุตรและเริ่มพบปัญหาการมีบุตรยาก การเข้ารับคำปรึกษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้โอกาสความสำเร็จสูงขึ้นและลดความซับซ้อนในการรักษาลงได้

คุณแม่ศึกษาอัตราความสำเร็จของการทำ IVF และ ICSI ด้วยการมาปรึกษาแพทย์

เตรียมความพร้อม เพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ภายใต้การดูแลของแพทย์

สำหรับคู่สมรสที่ยังลังเลว่าควรจะเริ่มทำ IVF ที่ไหนดี สิ่งสำคัญคือการเลือกศูนย์การแพทย์ที่มีมาตรฐานห้องปฏิบัติการและมีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์อนามัยเจริญพันธุ์ ซึ่งจะช่วยให้การวางแผนรักษาเป็นไปอย่างมีระบบและเหมาะสมกับเงื่อนไขร่างกายของแต่ละบุคคล

หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่มีบริการให้คำปรึกษาผู้มีบุตรยากในกรุงเทพฯ เพื่อประเมินโอกาสความสำเร็จและวางแผนการรักษาอย่างละเอียด Bangkok IVF Clinic (BIC) ยินดีให้บริการในบทบาทของ “Fertility Planner” โดยแพทย์ของเรายินดีให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทําอิ๊กซี่ และเทคโนโลยี IVF และช่วยออกแบบแนวทางการรักษาให้สอดคล้องกับจังหวะชีวิตของคุณ เพื่อให้การเตรียมตัวเป็นไปอย่างเหมาะสมภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายปรึกษาได้ที่

ข้อมูลอ้างอิง

  1. In Vitro Fertilization (IVF). สืบค้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569. จาก https://www.healthline.com/health/in-vitro-fertilization-ivf.
  2. ICSI Does Not Improve Live Birth Rates but Yields Higher Cancellation Rates Than Conventional IVF in Unexplained Infertility. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569. จาก https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7902793/.
  3. All you need to know about IVF. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569. จาก https://www.medicalnewstoday.com/articles/262798.
  4. Guide to IVF Success: Lifestyle, Medications, and More. สืบค้นเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569. จาก https://www.healthline.com/health/guide-prepare-for-ivf.

Contact IVF Bangkok

Free Consultation IVF Bangkok

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอัตราความสำเร็จ IVF และการเตรียมตัว (FAQs)

Q: หากตรวจคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) จะช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้มากน้อยเพียงใด ?

A: การตรวจ PGT-A ช่วยคัดเลือกตัวอ่อนที่มีจำนวนโครโมโซมปกติก่อนย้ายกลับเข้าสู่มดลูก ส่งผลให้เพิ่มอัตราการฝังตัวต่อครั้งให้สูงขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงจากการแท้งที่เกิดจากความผิดปกติทางโครโมโซม

Q: กรณีที่เคยล้มเหลวจากการทำ IVF ครั้งแรก โอกาสในครั้งต่อไปจะลดลงหรือไม่ ?

A: หากไม่สำเร็จในครั้งแรกไม่ได้หมายความว่าโอกาสในครั้งถัดไปจะลดลง โดยแพทย์จะนำข้อมูลจากการรักษารอบแรกมาวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุ และปรับแนวทางการรักษาให้สอดคล้องกับสภาพร่างกายของคู่สมรสมากขึ้นในรอบใหม่

Q: การแช่แข็งตัวอ่อนไว้ก่อนย้ายในรอบถัดไป (Frozen Embryo Transfer) ให้ผลลัพธ์ต่างจากการย้ายรอบสดอย่างไร ?

A: การย้ายตัวอ่อนรอบแช่แข็งช่วยให้แพทย์มีเวลาในการเตรียมผนังมดลูกให้มีความพร้อม และรอให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายกลับสู่สภาวะที่สมดุลที่สุด ซึ่งในหลายกรณีมักส่งผลดีต่ออัตราการฝังตัวของตัวอ่อน

Q: ความเครียดส่งผลกระทบต่อ IVF/ICSI Success Rateโดยตรงหรือไม่ ?

A: แม้ความเครียดจะไม่ใช่ปัจจัยหลัก แต่การพักผ่อนน้อยและความกังวลสะสมอาจส่งผลต่อสมดุลฮอร์โมนและการตอบสนองของร่างกาย ดังนั้นการรักษาสภาพจิตใจให้ผ่อนคลายจึงเป็นส่วนสำคัญ

Other News

เคยแท้งลูก ท้องใหม่ยากขึ้นไหม มีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง ?

เจาะลึกอาการแท้งลูกและสาเหตุที่ทำให้ลูกหลุด พร้อมแนวทางดูแลภาวะมีบุตรยากด้วยการตรวจ PGT และการทำ ICSI ให้กลับมาตั้งครรภ์ได้อีกครั้ง

วางแผนมีลูก แช่แข็งไข่ VS แช่แข็งตัวอ่อน เลือกแบบไหนดี ?

Embryo Freezing vs Egg Freezing ต่างกันอย่างไร ? และระหว่างแช่แข็งไข่หรือแช่แข็งตัวอ่อนควรเลือกแบบไหนดี พร้อมคำแนะนำเพื่อการวางแผนครอบครัว

เจาะลึกโอกาสมีลูกแฝด และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

ท้องแฝด คือการตั้งครรภ์ที่มีทารกมากกว่า 1 คนในครรภ์เดียว แบ่งเป็นแฝดแท้และแฝดเทียม โอกาสมีลูกแฝดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม อายุของฝ่ายหญิง