สรุปสาระสำคัญ
การทำเด็กหลอดแก้วด้วยเทคนิค IVF (In Vitro Fertilization) เป็นทางเลือกที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงสำหรับคู่สมรสที่มีภาวะมีบุตรยาก โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาท่อนำไข่ อสุจิไม่แข็งแรง หรือคู่สมรสที่อายุมาก แม้ว่าจะมีข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่ายและความเครียด แต่ก็เป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ให้สูงขึ้น อีกทั้งยังสามารถควบคุมคุณภาพของตัวอ่อน และคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมได้ การตัดสินใจทำ IVF ควรพิจารณาจากปัจจัยส่วนบุคคลและเลือกคลินิกปรึกษามีบุตรยากที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย และอัตราความสำเร็จที่ดี เพื่อเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์
คู่สมรสที่เผชิญกับปัญหาภาวะมีบุตรยาก อาจพบว่าการทำเด็กหลอดแก้ว ด้วยกระบวนการ IVF (In Vitro Fertilization) เป็นทางเลือกที่สามารถช่วยให้มีโอกาสในการมีบุตรอย่างที่หวังได้มากขึ้น ทั้งยังเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ แต่หลายคนก็ยังคงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำ IVF ครั้งแรกอยู่ไม่มากก็น้อย เพื่อช่วยให้การตัดสินใจเป็นเรื่องง่ายขึ้น เราจะมาเจาะลึกถึงเทคนิคนี้ พร้อมวิธีการเลือกคลินิกทำ IVF เพื่อวางแผนมีบุตรได้ตั้งแต่วันนี้
IVF คืออะไร ?
IVF หรือ In Vitro Fertilization คือกระบวนการช่วยการเจริญพันธุ์โดยการปฏิสนธินอกร่างกาย แพทย์เฉพาะทางด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์จะนำไข่จากฝ่ายหญิงและอสุจิจากฝ่ายชายมาผสมกันในห้องปฏิบัติการ จนเกิดเป็นตัวอ่อน จากนั้นจะคัดเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพและเหมาะสม และย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติภายในร่างกายต่อไป
เทคนิค IVF ถือเป็นทางเลือกหลักสำหรับคู่สมรสที่มีภาวะมีบุตรยากจากหลายสาเหตุ เช่น ปัญหาท่อนำไข่ ปัญหาคุณภาพอสุจิ หรือภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะในคู่ที่พยายามตั้งครรภ์มาระยะหนึ่งแต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ การตัดสินใจทำ IVF จึงมักเป็นก้าวสำคัญของการเริ่มต้นรักษาอย่างจริงจัง
ทำ IVF ดีหรือไม่?
การทำ IVF จะได้ผลดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก อายุ สุขภาพ และความพร้อมของแต่ละคู่ โดยมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด ดังนี้
ข้อดีของการทำ IVF
เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์สูง
จุดเด่นของการทำ IVF คือการเป็นเทคนิคที่ก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดทางกายภาพหลายอย่าง เช่น ภาวะท่อนำไข่อุดตัน หรืออสุจิไม่แข็งแรง ทำให้โอกาสสำเร็จสูงกว่าการพยายามด้วยวิธีธรรมชาติ
สามารถคัดเลือกไข่และอสุจิที่มีคุณภาพ และควบคุมกระบวนการต่าง ๆ ได้
ในขั้นตอนการทำ IVF แพทย์เฉพาะทางด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์และนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน สามารถควบคุมคุณภาพได้ตั้งแต่การคัดเลือกไข่ที่สุกดี อสุจิที่แข็งแรง ไปจนถึงการเลี้ยงตัวอ่อนในห้องแล็บที่ทันสมัย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการแท้งหรือความผิดปกติในช่วงเริ่มต้นได้
คัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรม
ปัจจุบันการทำ IVF มักทำควบคู่ไปกับการตรวจ PGT (Preimplantation Genetic Testing) เพื่อเช็กความปกติของจำนวนโครโมโซมตัวอ่อนก่อนใส่กลับเข้าสู่มดลูก ช่วยป้องกันโรคทางพันธุกรรมบางชนิดได้
ข้อจำกัดของการทำ IVF
ค่าใช้จ่ายสูง
เนื่องจากการทำ IVF ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ยาฮอร์โมนเฉพาะทาง และแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่น ๆ คู่สมรสจึงต้องมีการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ
ไม่รับประกันความสำเร็จ 100%
แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าเพียงใด แต่การตั้งครรภ์ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะบุคคล เช่น อายุของผู้หญิง คุณภาพของเซลล์สืบพันธุ์ และสภาพมดลูก จึงมีความเป็นไปได้ที่การทำในบางรอบอาจไม่ประสบความสำเร็จ
สภาวะทางอารมณ์และร่างกาย
การเตรียมตัวทำ IVF ต้องมีการฉีดยากระตุ้นไข่และการตรวจติดตามผลอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจสร้างความกังวลหรือความเครียดสะสมได้หากไม่เตรียมใจไว้ล่วงหน้า

การทำ IVF เหมาะกับใคร?
การรักษาภาวะมีบุตรยาก ด้วยกระบวนการ IVF เหมาะสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้
- ผู้หญิงที่มีปัญหาทางท่อนำไข่ เช่น มีการอุดตันของท่อนำไข่ทั้งสองข้าง หรือเคยผ่าตัดท่อนำไข่ออก ทำให้ไข่กับอสุจิไม่สามารถมาเจอกัน และปฏิสนธิได้ตามธรรมชาติ
- ผู้หญิงที่มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) ภาวะนี้อาจส่งผลต่อคุณภาพของไข่และการทำงานของรังไข่ รวมถึงขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน
- ฝ่ายชายมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอสุจิ เช่น มีปริมาณอสุจิน้อยมาก (Oligospermia) อสุจิไม่เคลื่อนที่ หรือมีรูปร่างผิดปกติจำนวนมาก จนไม่สามารถเจาะไข่ เพื่อเข้าไปปฏิสนธิเองได้
- คู่สมรสที่อายุมาก โดยเฉพาะฝ่ายหญิง เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณและคุณภาพของไข่จะลดลงอย่างรวดเร็ว การทำ IVF จึงช่วยย่นระยะเวลาและเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ในวัยที่จำกัด
- คู่สมรสที่เคยรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่สำเร็จ เช่น ผ่านการทำ IUI มาหลายครั้ง แต่ยังไม่ตั้งครรภ์
เคล็ดลับการเลือกคลินิกทำเด็กหลอดแก้วด้วยวิธี IVF ที่ไหนดี?
สิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือกคลินิกทำ IVF ที่ไหนดี มีดังนี้
ตรวจสอบประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของคลินิก
ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีชื่อเสียงและเปิดให้บริการมาอย่างยาวนาน โดยควรตรวจสอบประวัติของแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist) ว่ามีความเชี่ยวชาญและได้รับใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่
ตรวจสอบอัตราความสำเร็จ (Success Rate)
ลองค้นหาข้อมูลหรือสอบถามคลินิก เกี่ยวกับอัตราการตั้งครรภ์ที่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในกลุ่มช่วงอายุที่ใกล้เคียง เพื่อประกอบการตัดสินใจ
เทคโนโลยีและห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย
หัวใจของการทำ IVF คือห้องแล็บ คลินิกที่ดีควรมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จ เช่น ระบบการเลี้ยงตัวอ่อนที่ได้มาตรฐาน หรือเทคโนโลยีการคัดเลือกตัวอ่อนที่แม่นยำ
บริการหลังการรักษาและการดูแลที่ครอบคลุม
กระบวนการทำเด็กหลอดแก้วไม่ได้จบแค่การย้ายตัวอ่อน แต่รวมไปถึงการดูแลหลังฝังตัว การให้คำปรึกษาทางด้านจิตใจ และการติดตามผลอย่างใกล้ชิด จึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงควรเลือกคลินิกที่ให้ความรู้สึกสบายใจและพร้อมตอบคำถามคุณในทุกขั้นตอน
การทำเด็กหลอดแก้ว ด้วยกระบวนการทำ IVF เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคู่สมรสที่ประสบปัญหาภาวะมีบุตรยาก โดยสามารถช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ให้มากขึ้น แต่ควรพิจารณาข้อดีและข้อจำกัดต่าง ๆ และเลือกคลินิกที่มีคุณภาพและประสบการณ์ เพื่อเข้าใกล้โอกาสในการมีบุตรอย่างที่คุณตั้งใจ
ที่คลินิกปรึกษามีบุตรยาก Bangkok IVF Clinic (BIC) เรายินดีให้คำปรึกษาและวางแผนการมีบุตร รวมถึงให้การรักษาภาวะมีบุตรยาก ด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้คู่สมรสได้มีลูกสมความตั้งใจ แม้ในกรณีที่มีภาวะซับซ้อนหรือเคยผ่านการรักษามาก่อน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายปรึกษาได้ที่
โทร : +(66) 02-933-1584 ถึง 6
Line@ : @Bangkokivfclinic
ข้อมูลอ้างอิง
- In Vitro Fertilization. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 จาก https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK562266/
- What is In Vitro Fertilization?. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 จาก https://www.reproductivefacts.org/patient-journeys/in-vitro-fertilization-treatment/
- What is IVF?. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 จาก https://www.unimelb.edu.au/ivf/understanding-ivf/what-is-ivf
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ IVF ครั้งแรก(FAQs)
Q : การตรวจ PGT ที่ทำควบคู่กับการทำ IVF คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร ?
A : PGT ย่อมาจาก Preimplantation Genetic Testing คือการตรวจคัดกรองความสมบูรณ์ของโครโมโซมตัวอ่อนก่อนที่จะนำตัวอ่อนย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยลดความเสี่ยงจากการแท้ง และช่วยคัดกรองเพื่อป้องกันโรคทางพันธุกรรมบางชนิดที่อาจส่งต่อจากพ่อแม่สู่ลูกได้
Q : อายุของผู้หญิงมีผลต่อโอกาสสำเร็จของการทำ IVF อย่างไร ?
A : อายุเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออัตราความสำเร็จของการทำ IVF เนื่องจากปริมาณและคุณภาพของเซลล์ไข่จะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อผู้หญิงมีอายุมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพของตัวอ่อนและโอกาสในการฝังตัว ดังนั้น การเริ่มทำ IVF ในช่วงอายุที่เหมาะสมจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์
Q : ค่าใช้จ่ายในการทำ IVF อยู่ในช่วงราคาประมาณเท่าไร ?
A : การทำ IVF มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงกว่าวิธีรักษาภาวะมีบุตรยากแบบอื่น ๆ เนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ยาฮอร์โมนเฉพาะทาง แพทย์เฉพาะทางด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ และนักวิทยาศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง แม้ว่าค่าใช้จ่ายที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับแผนการรักษาและเงื่อนไขของแต่ละคลินิก คู่สมรสจึงควรมีการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ และสอบถามรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากคลินิกที่ให้การรักษาภาวะมีบุตรยาก
Q : หากเคยรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยวิธี IUI มาก่อนแล้วไม่สำเร็จ ควรเปลี่ยนมาทำ IVF เลยหรือไม่ ?
A : การเปลี่ยนมาทำ IVF ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคู่สมรสที่เคยรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น IUI (Intrauterine Insemination) มาแล้วหลายครั้งแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากแพทย์ตรวจพบสาเหตุของภาวะมีบุตรยากที่ชัดเจน เช่น ปัญหาท่อนำไข่อุดตัน หรือคุณภาพอสุจิที่ไม่ดี การทำ IVF จะช่วยข้ามผ่านข้อจำกัดทางกายภาพเหล่านี้และให้โอกาสในการตั้งครรภ์ที่สูงกว่ามาก


