เคยสงสัยไหมว่า แบบไหนที่เข้าข่ายภาวะผู้มีบุตรยาก ?
สังเกตได้ง่าย ๆ คือ ถ้าคู่สมรสที่ภรรยาอายุน้อยกว่า 36 ปี ยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้หลังจากมีการร่วมเพศ โดยไม่มีการคุมกำเนิดเป็นระยะเวลาประมาณ 12 เดือนขึ้นไป หรือคู่สมรสที่ภรรยามีอายุมากกว่า 36 ปี และยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ แม้จะมีเพศสัมพันธ์โดยไม่คุมกำเนิดมานานกว่า 6 เดือน ย่อมเป็นสัญญาณเสี่ยงของภาวะมีบุตรยาก
ภาวะการมีบุตรยากเป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีการแพทย์เพื่อรักษาภาวะนี้ มีหลายวิธีที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้แก่คู่สมรสได้อย่างเหมาะสม

ภาวะมีลูกยากเกิดจากอะไร?
สาเหตุของภาวะมีลูกยากในฝ่ายชาย สามารถแบ่งออกได้ ดังนี้
ฝ่ายชาย
การผลิตเชื้ออสุจิที่ไม่เพียงพอ หรือคุณภาพไม่ดี
ฝ่ายชายอาจประสบปัญหาการผลิตเชื้ออสุจิที่ไม่เพียงพอหรือมีคุณภาพต่ำ เช่น อสุจิมีรูปร่างผิดปกติ หรือมีการเคลื่อนไหวที่ไม่ดี ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน หรือการเป็นโรคคอหอยพอกที่ส่งผลต่อการผลิตเชื้ออสุจิ
การขนส่งเชื้ออสุจิผิดปกติ
อีกประการหนึ่งที่พบในฝ่ายชายคือการขนส่งเชื้ออสุจิที่ไม่สมบูรณ์ โดยอาจเกิดจากการอุดตันของท่อนำเชื้อ ซึ่งมีสาเหตุจากการติดเชื้อ หรือการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นในกระบวนการขนส่งน้ำเชื้อ
การหลั่งน้ำเชื้อไม่สมบูรณ์
การหลั่งน้ำเชื้อที่ไม่สมบูรณ์ เช่น การหลั่งย้อนทาง (Retrograde Ejaculation) หรือภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้การตั้งครรภ์ไม่สำเร็จ
ภาวะ Kline felter’s Syndrome
ความผิดปกติทางโครโมโซมที่ทำให้ผู้ชายมีโครโมโซม X เกินมา (XXY) ซึ่งมักส่งผลให้เกิดภาวะมีบุตรยากอย่างรุนแรง คือไม่มีตัวอสุจิในน้ำเชื้อ
ปัจจัยภายนอก
ความร้อน สารเคมี ความเครียด หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การสูบบุหรี่หรือการดื่มสุรา ล้วนมีผลกระทบต่อความสามารถในการผลิตเชื้ออสุจิ และลดโอกาสในการตั้งครรภ์
ฝ่ายหญิง
การสร้างไข่หรือตกไข่ผิดปกติ
ปัญหาที่พบบ่อยในฝ่ายหญิง คือความผิดปกติของการสร้างไข่หรือการตกไข่ ซึ่งอาจเกิดจากผลกระทบของฮอร์โมน หรือโรคต่าง ๆ
ท่อนำไข่ผิดปกติ
ภาวะอุดตันหรือการมีพังผืดรอบท่อนำไข่ ทำให้ไข่ไม่สามารถเดินทางไปยังมดลูกได้ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อ หรือปัญหาภายในอุ้งเชิงกรานที่ส่งผลให้ท่อนำไข่ทำงานผิดปกติ
มดลูกผิดปกติ
ผู้หญิงบางรายอาจมีปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างของมดลูกหรือช่องคลอด เช่น มดลูกที่มีรูปร่างผิดปกติหรือช่องคลอดที่ไม่สามารถรองรับการปฏิสนธิได้
โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
โรคนี้เกิดจากการที่เนื้อเยื่อที่ควรจะเจริญอยู่ในมดลูก กลับเจริญในที่อื่น ๆ เช่น รังไข่ ท่อนำไข่ อุ้งเชิงกราน หรืออวัยวะอื่น ๆ ซึ่งส่งผลต่อการตั้งครรภ์ และอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงH4: ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก (Endometrial Polyps)
การมีติ่งเนื้อในโพรงมดลูกสามารถส่งผลต่อการตั้งครรภ์ได้ โดยอาจเกิดจากการขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนในมดลูกหรือการสร้างสิ่งกีดขวางในช่องคลอด
ปัจจัยอื่น ๆ
โรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ ภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือโรคทางพันธุกรรม รวมถึงความเครียด มักมีผลต่อฮอร์โมน หรือระบบการทำงานของร่างกาย จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์

แนวทางการรักษาภาวะการมีบุตรยาก
ภาวะการมีบุตรยาก มีวิธีแก้ไขและแนวทางการรักษาที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหาที่ทำให้เกิดภาวะนี้ การเลือกวิธีอย่างเหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งได้เป็นดังนี้
การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่ไข่ตก
เนื่องจากไข่จะมีชีวิตอยู่เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการตกไข่ ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอในช่วงเวลานี้ เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ นอกจากนี้ คู่สมรสยังสามารถใช้แอปพลิเคชันที่ช่วยนับวันไข่ตก เพื่อวางแผนการมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
การใช้ยากระตุ้นการตกไข่
สำหรับผู้หญิงที่มีปัญหาการตกไข่ไม่ปกติ เช่น ตกไข่ไม่บ่อยหรือไข่ไม่พัฒนาได้ตามปกติ การใช้ยากระตุ้นสามารถช่วยได้ โดยยาที่ใช้บ่อย ได้แก่ Clomiphene และ Letrozole ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดกระบวนการตกไข่และเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ในกรณีที่มีปัญหาการตกไข่ไม่ปกติ
การรักษาทางการแพทย์และเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์
IUI (Intrauterine Insemination)
การฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) เป็นวิธีที่ใช้ในการเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ โดยน้ำเชื้อจะถูกฉีดเข้าสู่มดลูกในช่วงเวลาที่ไข่ตก เพื่อให้เชื้ออสุจิเข้าถึงไข่ได้ง่ายขึ้น
IVF (In Vitro Fertilization)
การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) เป็นกระบวนการที่ไข่และเชื้ออสุจิจะพบกันภายนอกร่างกาย จากนั้นตัวอ่อนที่ได้จะถูกนำกลับไปฝังในมดลูก เพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์
ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection)
การฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในไข่ (ICSI) เป็นเทคนิคที่ใช้เมื่อการปฏิสนธิปกติไม่ได้ผล โดยการเลือกเชื้ออสุจิที่มีลักษณะปกติและแข็งแรง ฉีดเข้าไปในไข่โดยตรง เพื่อเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิ
การผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติ
ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องใช้การผ่าตัด เพื่อแก้ไขความผิดปกติ เช่น การผ่าตัดท่อนำไข่ที่อุดตันหรือแก้ไขปัญหาในช่องคลอด ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้
การปรับพฤติกรรมและดูแลสุขภาพ
การปรับพฤติกรรมและดูแลสุขภาพ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ โดยสิ่งที่ควรปฏิบัติ มีดังต่อไปนี้
เลิกสูบบุหรี่และงดเหล้า
การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลต่อสุขภาพโดยทั่วไป และยังมีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์อีกด้วย การหยุดสูบบุหรี่และงดดื่มเหล้าจะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วขึ้นและพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์
ลดความเครียดและดูแลสุขภาพโดยรวม
ความเครียดเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์โดยตรง ดังนั้นการลดความเครียด ดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด เช่น การออกกำลังกาย การทำสมาธิ จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีได้
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้ โปรตีนที่มีคุณภาพ และ Methyl folate ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ ทั้งยังสนับสนุนการเจริญเติบโตของตัวอ่อนให้สมบูรณ์
การรู้สาเหตุและการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมสามารถเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณสงสัยว่าตนเองมีภาวะมีบุตรยากหรือกำลังมองหาวิธีรักษาที่เหมาะสม คลินิกมีบุตรยาก หรือคลินิกเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ที่ให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากอย่าง Bangkok IVF Clinic (BIC) ยินดีให้คำปรึกษาเพื่อช่วยให้คุณตั้งครรภ์ได้อย่างที่ตั้งใจ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายปรึกษาได้ที่
- โทร : +(66)02-933-1584 ถึง 6
- Line@ : @Bangkokivfclinic
ข้อมูลอ้างอิง
- Infertility. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/infertility
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะการมีบุตรยาก (FAQs)
Q: ทำไมถึงมีลูกยากสาเหตุเกิดจากอะไร ?
A: ภาวะการมีบุตรยากสามารถเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความผิดปกติของการผลิตไข่หรือเชื้ออสุจิ การอุดตันในท่อนำไข่ หรือปัญหาภายในมดลูก เป็นต้น
H3: Q: หากพบว่ามีภาวะมีบุตรยากต้องทำอย่างไร ?
A: หากคุณหรือคู่สมรสสงสัยว่ามีภาวะมีบุตรยาก ควรไปปรึกษาแพทย์ที่ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ที่มีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ เพื่อประเมินสาเหตุและแนะนำการรักษาที่เหมาะสม
H3: Q: การตรวจสอบสาเหตุของภาวะมีบุตรยากต้องทำอย่างไร ?
A: การตรวจสอบสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก จะเริ่มจากการประเมินทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง โดยการตรวจสอบสุขภาพทั่วไป การตรวจอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ เช่น การตรวจเชื้ออสุจิสำหรับฝ่ายชาย และการตรวจการตกไข่หรือท่อนำไข่สำหรับฝ่ายหญิง
H3: Q: ควรไปพบแพทย์ที่คลินิกมีบุตรยากเมื่อไร ?
A: หากคู่สมรสที่พยายามตั้งครรภ์มานานกว่าหนึ่งปีแล้ว (หรือ 6 เดือนหากภรรยาอายุมากกว่า 36 ปี) โดยไม่มีการคุมกำเนิด และยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ควรไปพบแพทย์ที่คลินิกมีบุตรยาก เพื่อทำการประเมินสาเหตุและหารือเกี่ยวกับวิธีการรักษาที่เหมาะสม
